Loading...

"2 นักดำน้ำอังกฤษ" เปิดใจสื่อนอก เล่านาทีทำเชือกนำทางหลุดมือ พา "1 ในทีมหมูป่า" หลงทางในถ้ำหลวง !!## | khaodeedee
Home » » "2 นักดำน้ำอังกฤษ" เปิดใจสื่อนอก เล่านาทีทำเชือกนำทางหลุดมือ พา "1 ในทีมหมูป่า" หลงทางในถ้ำหลวง !!##

"2 นักดำน้ำอังกฤษ" เปิดใจสื่อนอก เล่านาทีทำเชือกนำทางหลุดมือ พา "1 ในทีมหมูป่า" หลงทางในถ้ำหลวง !!##






ภายหลังจากภารกิจช่วยเหลือ "ทีมหมูป่า" 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย เสร็จสิ้นลง เด็กๆและโค้ชเอกถูกส่งตัวไปรักษาที่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จนขณะนี้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงปกติ คลายความกังวลในใจของหลายๆคนที่เฝ้าติดตามข่าวมาตั้งแต่วันแรกที่สูญหาย ถึงอย่างนั้นยังมีอีกหลากหลายประเด็นที่ทุกคนอยากจะทราบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะขั้นตอนการ "กู้ภัยทีมหมูป่า" อย่างที่ทราบกันดีว่า ภายในถ้ำหลวงขณะนั้นเต็มไปด้วยน้ำ หลายจุดมีน้ำท่วมสูง ต้องใช้วิธีการดำน้ำเท่านั้น อีกทั้งยังสลับซับซ้อน มืดมิดและบางจุดแคบมาก สภาพแวดล้อมโดยรอบวิสัยทัศน์เป็นศูนย์ เรียกว่าเป็นภารกิจที่ยากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน







ล่าสุดเฟซบุ๊ก "Sherry Sheradia" ได้มีการเปิดเผยเรื่องจริงในวันกู้ภัยทีมหมูป่า จากปากนักดำน้ำถ้ำทีมอังกฤษ 2 คนคือคริสโตเฟอร์ จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับ Dailymail พวกเขาเป็นนักดำน้ำถ้ำชุดหลัง ที่สภากู้ภัยถ้ำแห่งบริติช ส่งมาช่วย จอห์น โวลันเธน และริค แสตนตัน





(เจสัน มัลลินสัน)


หลังจากที่จีเวลล์และมัลลินสันมาถึงถ้ำหลวง พวกเขาได้สำรวจเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับจุดต่างๆภายในอุโมงค์น้ำของถ้ำ ก็ได้รับมอบหมายภารกิจดำไปเป็นคู่ ขนข้าวของไปยังจุดที่เด็กอยู่ มีทั้งสมุดบันทึกที่ไปให้เด็กเขียนจดหมายถึงครอบครัว และต้องไปวัดปริมาณออกซิเจนในอากาศ และปริมาณออกซิเจนในเลือดเด็ก มัลลินสัน บอกว่า สภาพอากาศในจุดที่เด็กอยู่น้อยมาก ชนิดที่ขึ้นมาจากน้ำแล้วไปยังเนินดิน ยังรู้สึกหอบเหมือนอยู่ในที่สูง





(จอห์น โวลันเธน และ ริค แสตนตัน)








การอพยพใช้นักดำน้ำถ้ำหลัก 4 คนคือ จอห์น โวลันเธน , ริค แสตนตัน ,คริสโตเฟอร์ จีเวลล์ และเจสัน มัลลินสัน หิ้วเด็กออกมาในลักษณะหนึ่งต่อหนึ่ง ด้านหลังเด็กมีหูหิ้ว (โวลันเธน เปรียบเทียบว่าเหมือนหิ้วถุงช็อปปิ้งออกมา) บางจุดก็หิ้วด้านล่าง แต่จุดที่เตี้ยต้องสลับเอามากอดไว้ด้านข้าง หรือบางจุดต้องผลักเอาเฉพาะตัวเด็กให้รอดไปก่อน ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็อาศัยคลำเชือกนำทางไปเรื่อยๆ และยังต้องระวังพวกโขดหิน ที่อาจกระแทกโดนเด็ก ทั้งหมดนี้ทำงานภายใต้สภาวะที่ทัศนวิสัยแย่มาก มองอะไรแทบไม่เห็น แบบที่บางคนเรียกว่า zero visibility (ทัศนวิสัยเป็นศูนย์)





(คริสโตเฟอร์ จีเวลล์)



หน้ากากของเด็ก ขณะดำบางทีก็ไม่เห็น แต่ต้องกังวลเรื่องการหายใจของเด็กที่ต้องเป็นปกติตลอดเวลา เลยใช้วิธีทำความคุ้นเคยกับลักษณะการหายใจของเด็ก แล้วอาศัยฟังเสียงจากฟองอากาศที่ออกมาจากท่อด้านข้างหน้ากาก เด็กบางคนก็ออกมาแบบสม่ำเสมอ บางคนออกมาแล้วเว้นช่วงไปนาน สองคนนี้ลงทุนไม่ใส่ถุงมือเพราะกลัวว่าจะสูญเสียประสาทสัมผัสเวลาคลำทาง แล้วอาจทำให้เด็กไปชนกับหินได้ ดังนั้นสภาพหลังทำงานเสร็จคือมือพัง







จีเวลล์ เล่าว่า ในวันที่สามของการอพยพเด็กออก เขาได้รับมอบหมายให้หอบหิ้วเด็กคนที่ลำดับเกือบสุดท้ายออกมา ระหว่างที่ออกจากโถง 4 มายังโถง 3 ดันพลาดทำเชือกนำทางที่คลำอยู่หลุดมือ พยายามหาเท่าไรก็ไม่เห็นเลย สุดท้ายนึกได้ว่าพื้นใต้ล่างจะมีสายไฟอยู่ เลยต้องอาศัยคลำสายไฟแทน ปรากฏว่าสุดท้ายแทนที่จะไปข้างหน้ายังโถง 3 ดันวนกลับมาที่โถง 4 แล้วเห็นมัลลินสันที่รับผิดชอบนำคนสุดท้ายออกมา กำลังจะออกดำต่อ เลยให้มัลลินสันกับเด็กที่ทีแรกจะเป็นคนสุดท้าย ดำออกไปก่อน จีเวลล์กับเด็กที่เขาดูแลจึงอยู่ที่โถง 4 เพื่อรอหมอแฮร์ริส ที่ดำตามมาท้ายสุดมาถึง แล้วส่งต่อเด็กให้หมอแฮร์ริสนำพาต่อไปข้างหน้า และจีเวลล์มาตามหลัง










(หมอแฮร์ริส และ เครก แชลเลน สัตว์แพทย์จากเมืองเพิร์ธ )



การนำเด็กออกจากถ้ำในครั้งนี้ ไม่ใช่การให้เด็กดำตามแบบที่สื่อหลายๆที่นำเสนอ แต่เป็นลักษณะใช้นักดำน้ำถ้ำหอบหิ้วเด็กออกมา เด็กมีการยึดติดกับนักดำน้ำถ้ำตัวหลัก เผื่อมีการมองไม่เห็นในบางช่วง โดยในแต่ละจุดของการดำน้ำมีเทคนิคและรายละเอียดที่ต่างกัน บางจุดก็อุ้มแบบอยู่ด้านล่าง บางจุดก็อุ้มแบบอยู่ด้านข้าง บางจุดก็ผลักเด็กไปก่อน มีการให้ยาเด็ก เพื่อไม่ให้มีการตื่นกลัว และไม่มีนักดำน้ำอีกคนตามหลัง เพราะมันไม่มีประโยชน์ นักดำน้ำถ้ำสนับสนุนจะอยู่ประจำช่วยในจุดที่ยากและจุดที่เป็นเนินผืนดิน เพื่อเข้าช่วยเด็กถอดอุปกรณ์และใส่กลับเข้าไปใหม่



นักดำน้ำถ้ำหลักที่ใช้นำเด็กออกมาตรงนี้ คือ 4 คน จาก BCRC จอห์น โวลันเธน , ริค แสตนตัน , คริสโตเฟอร์ จีเวลล์ และ เจสันมัลลินสัน กับทีมออสเตรีเลีย 2 คน นักดำน้ำจากอังกฤษ กลุ่มอื่นอีก 3 คน และนักดำน้ำจากยุโรป 4 คน เป็นฝ่ายตามสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมอพยพทีมหมูป่าออกวันละ 4 คน และที่ไม่เคยมีการเปิดเผยคือ ปฏิบัติการครั้งนี้มีการฝึกซ้อมมาก่อน โดยมีเด็กไทยจากสมาคมว่ายน้ำท้องถิ่นมาเป็นอาสาสมัครให้นักดำน้ำถ้ากลุ่มนี้ได้ฝึกซ้อมโดยไปฝึกซ้อมกันที่สระน้ำ