Loading...

#ไม่ฟังกันโดนแน่! ใครกักตุนขึ้นราคาก๊าซ โดนจัดหนักจัดเต็ม เห็นโทษปรับแล้วจะหนาว ร้านไหนทำผิดแจ้งได้เลย!!! | khaodeedee
Home » » #ไม่ฟังกันโดนแน่! ใครกักตุนขึ้นราคาก๊าซ โดนจัดหนักจัดเต็ม เห็นโทษปรับแล้วจะหนาว ร้านไหนทำผิดแจ้งได้เลย!!!

#ไม่ฟังกันโดนแน่! ใครกักตุนขึ้นราคาก๊าซ โดนจัดหนักจัดเต็ม เห็นโทษปรับแล้วจะหนาว ร้านไหนทำผิดแจ้งได้เลย!!!


จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมออกกฎกระทรวงว่าด้วยภาษีสรรพสามิต เพื่อกำหนดอัตราภาษีสุราและยาสูบใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาในวันที่ 12 ก.ย.และมีผลบังคับใช้วันที่ 16 ก.ย.

“ก็ขอเตือนไว้ก่อนว่าหากใครที่คิดจะกักตุนสินค้าก็มีปัญหากับกฎหมายแน่นอน เพราะเขาห้ามกักตุนสินค้า และที่ผ่านมาหากมีการปฏิบัติอย่างจริงจังก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ให้กับสังคม เสียสละกันบ้าง อย่าเอาแต่กำไรกันอย่างเดียว แล้วประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ ประชาชนเดือดร้อน แล้วกลับมาที่รัฐบาล”

และแจ้งผู้ค้าก๊าซ (มาตรา 7) โรงบรรจุก๊าซ และสมาคมแก๊สปิโตรเลียมเหลวให้กำชับร้านค้าปลีกจำหน่ายปลีกก๊าซหุงต้มไม่สูงกว่าราคาแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสจำหน่ายเกินสมควร

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายปลีกก๊าซหุงต้มทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมประสานพาณิชย์จังหวัดให้กำกับดูแลราคาจำหน่ายปลีกก๊าซแอลพีจีอย่างใกล้ชิดและเข้มงวด

นางนันทวัลย์กล่าวด้วยว่า หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสูงขึ้นเกินกว่าราคาแนะนำ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทั่วประเทศ กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและหากพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย มาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันเดียวกัน นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้วิเคราะห์ผลกระทบจากการปรับราคาจำหน่ายปลีกก๊าซแอลพีจีที่เพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 67 สตางค์ในครั้งนี้ พบว่า ส่งผลให้ต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มขึ้นจาน/ชามละ 3 สตางค์เท่านั้น ดังนั้นผู้ประกอบการอาหารปรุงสำเร็จจึงไม่มีเหตุผลที่จะปรับราคาอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มสูงขึ้น

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มไม่น่าส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือนมากนัก เนื่องจากได้เคยมีการสำรวจปริมาณและระยะเวลาการใช้ก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนเฉลี่ยขนาดถัง 15 ก.ก.ต่อครัวเรือนต่อ 2 เดือน เท่ากับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพียงเดือนละ 5 บาทต่อครัวเรือนเท่านั้น

นายชิษณุพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนร้านอาหารแผงลอยที่ลงทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อเข้าโครงการรับเงินชดเชยราคาก๊าซหุงต้มก็ยังคงได้รับการอุดหนุนตามที่ใช้จริงแต่ไม่เกิน 18.13 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาแอลพีจี ช่วยให้ร้านอาหารแผงลอยยังคงสามารถซื้อก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 ก.ก.ได้ในราคา 300-310 บาทต่อถัง ดังนั้น ร้านอาหารแผงลอยที่อยู่ในโครงการรับสวัสดิการของภาครัฐยังได้รับเงินช่วยเหลืออยู่ จึงไม่สมควรจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาอาหารด้วย