Loading...

ด่วนที่สุด!!? ศาลมีคำสั่งคดี”สรยุทธ”อีกรอบ ทนายหอบเงิน5ล้าน เอาจนได้!? (รายละเอียด) | khaodeedee
Home » » ด่วนที่สุด!!? ศาลมีคำสั่งคดี”สรยุทธ”อีกรอบ ทนายหอบเงิน5ล้าน เอาจนได้!? (รายละเอียด)

ด่วนที่สุด!!? ศาลมีคำสั่งคดี”สรยุทธ”อีกรอบ ทนายหอบเงิน5ล้าน เอาจนได้!? (รายละเอียด)




จากกรณีที่ จำคุกนายสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน ถูกศาลพิพากษาคดีหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท กว่า 138 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน สรยุทธ กลายเป็นผู้ต้องขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ


ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง


เวลา 16.00 น.เศษ ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปี อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดังและกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา หลังจากที่เช้าวันนี้ (12 ก.ย.) ได้มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตฎีกาซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฎีกาและสำนวนคดีทั้งหมดส่งให้ศาลฎีกาแล้ว

โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน


ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท


ข่าวก่อนหน้านั้น


สรุปตัวเลขผลประกอบการ 2 บ. สรยุทธ สุทัศนะจินดา จาก ปี 2547- 2559 โชว์รายได้รวม 5,577 ล. กำไร 2,483 ล. อนาคตธุรกิจต้องลุ้น อยู่ได้-ไมได้ หลังก้มหน้ารับวิบากกรรมจำคุก 13 ปี 4 เดือน สั่งลา‘ไม่คิดหนี ไม่ต้องห่วง’





พลันที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อ 29 ส.ค.2560 จำคุก นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 20 ปี ปรับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด 8 หมื่นบาท และจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในฐานะกรรมการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ทั้งคู่ 13 ปี 4 เดือน กรณีถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ ‘คุยคุ้ยข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท กว่า 138 ล้านบาทเมื่อหลายปีก่อน และไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้อดีตพิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดังต้องก้มหน้ารับโทษในเรือนจำตั้งแต่วันตัดสิน ขณะที่เจ้าตัวสั่งลาผ่านเฟซบุ๊กคนใกล้ชิดจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2560 ถึงคนที่เป็นห่วงเป็นใยว่า “ไม่เคยคิดหนี ไม่ต้องเป็นห่วง อยู่ได้”


ท่ามกลาง ทอล์ก ออฟ ทาวน์ ประเด็นหนึ่งที่ทะลุขึ้นมาก็คือ เมื่อไม่มีเจ้าตัวคุมบังเหียน ธุรกิจที่ปลุกปั้นมากับมือกว่า 10 ปีจะเดินต่ออย่างไร?





ณ ขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้


จากการรวบรวมผลประกอบการทางธุรกิจของ นายสรยุทธ พบว่านับจากปี 2547 จนถึงสิ้นปี 2559 บริษัทของนายสรยุทธ 2 แห่ง คือ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ บริษัท ชัดถ้อย ชัดคำ จำกัด มีรายได้ รวม 5,577,382,054 บาท (ตัวเลขกลมๆ 5.5 พันล้าน) กำไรสุทธิรวม 2,483,439,996 บาท (ตัวเลขกลมๆ 2.48 พันล้าน)


จำแนกเป็น


1.บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีรายได้รวม 4,694,470,234 บาท กำไรสุทธิ 2,050,806,666 บาท


2.บริษัท ชัดถ้อย ชัดคำ จำกัด มีรายได้รวม 882,911,820 บาท กำไรสุทธิรวม 432,633,330 บาท


บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ปีที่มีรายได้มากสุด คือปี 2558 จำนวน 641,358,482 บาท กำไรสุทธิ 320,374,648 บาท


บริษัท ชัดถ้อย ชัดคำ จำกัด ปีที่มีรายได้มากสุด ปี 2557 จำนวน 106,007,189 บาท กำไรสุทธิ 63,492,653 บาท (ปีที่มีกำไรสุทธิมากสุดคือปี 2558 จำนวน 66,030,242 บาท)


น่าสังเกตว่า รอบปี 2559 (สิ้นสุด 31 ธ.ค.) ซึ่งเป็นช่วงที่นายสรยุทธถูกศาลชั้นต้นพิพากจำคุก (ศาลอาญาตัดสินเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559) รวม 2 บริษัท มีรายได้รวม 211,162,853 บาท กำไรสุทธิรวม 89,141,573 บาท ลดลงจากปี 2558 จำนวน 533,616,914 บาท กำไรสุทธิรวมลดลง 297,263,317 บาท (ดูตารางประกอบ)








ทั้งนี้ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด จดทะเบียนวันที่ 27 ก.พ. 2547 ทุน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 264 ซอยลาดพร้าว 130 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร บริษัท ชัดถ้อย ชัดคำ จำกัด จดทะเบียนวันที่ 9 ต.ค. 2546 ทุน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่เดียวกัน นายสรยุทธถือหุ้นใหญ่และเป็นกรรมการ


ปิดบัญชีธุรกิจสำหรับ‘สรยุทธ’ณ ขณะนี้ 13 ปีรายได้กว่า 5.5 พันล้านบาท กำไรสุทธิเกือบ 2.5 พันล้านบาท


ทางเฟสบุ๊ค “Sompop Lee” ก็ได้ออกมาโพสต์ดังนี้..





วงการข่าวใครๆก็ไม่รัก “สรยุทธ” (นอกจากผู้ชม)


โดนจองกฐินมาข้ามทศวรรษ โทษฐานทำวงการข่าวปั่นป่วนหมดทั้งวงการ 555 (มึงทำยังไงรวยเอารวยเอา กูลอกมึงมาเน้นๆเสือกจนเอาจนเอา 555 อีกที) อะไรทำให้คนอย่างสรยุทธ ดัง และพรรคพวกในวงการข่าวจ้องตาเป็นมัน (เพื่อรอพลิกเกมเหรอ? 555) พี่ยุทธ์มีของแน่นอน


1.เปลี่ยนรูปแบบจากการอ่านเคร่งขรึม มาเล่าข่าวเอิ๊กอ๊าก แตะต้องได้ และแน่นอน 99.99% ข่าวที่ชาวบ้านเข้าถึง

2.เล่นกับคนดูฝรั่งมันเรียก Interactive (สุทธิชัยคิด-พี่ยุทธทำได้ ทำดีกว่าด้วย 555)สร้างความเป็นพรรคพวกเดียวกัน ครอบครัว ฯลฯ

3.เป็นผู้นำในการเปลี่ยนราคาขายโฆษณาราคาข่าว (คนอื่นขายข่าวหมื่นกว่าๆพี่ยุทธเขย่ารายการเขย่าเรตติ้งขายหลักแสน ให้แกพูดพีอาร์นี่ต้องจอง ราคาเกือบแตะห้าก้อน)

4.เป็นเวลา 10 กว่าปีไม่มีใครโค่นแกลงจากบัลลังก์ข่าวเช้าได้เลยนะ พีคสุดๆทุกเช้ามีคนดูแก 3 ล้าน ต่ำสุดก็มี 2.5 ล้านคน (บางคนเปิดแค่เสียง-เพราะอาบน้ำ ทำกับข้าว ขายของ ฯลฯ) มาปีหลังๆนี่เองที่ช่อง 7 เริ่มเบียดแกเข้ามาแล้ว

5.รายการฮาร์ดทอล์ค สรยุทธคือเดี่ยวมือหนึ่ง ตั้งแต่ คมชัดลึก-เนชั่น มา ถึงลูกถึงคน-ช่อง 9 และเจาะข่าวเด่น ช่อง 3 ประสบความสำเร็จทั้งกล่องและรายได้มหาศาล รวมไปถึง Impact จากรายการที่ทำให้ปัญหาถูกพูดถึงถูกหยิบยกมาแก้ไข

6.ไม่ใช่นักข่าวนะมึงแกเป็นพรีเซนเตอร์ด้วย เป็นนักมาร์เก็ตติ้งด้วย เชี่ยวชาญทั้งอ่านข่าวและนักสังคมสงเคราะห์ตัวพ่อ น้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยสงคราม ทะเลาะเบาะแว้ง หมาแมวกัดกัน ทุกเรื่องต้องถึงสรยุทธ

7.ใครจะเถียงกูเรื่องบันเทิงพี่ยุทธแม่งของจริง มองไกลไปแล้วว่าตอนเช้าต้องมาเล่าเรื่องบันเทิง อย่าเอานักข่าวโบราณมานั่งแกะเกาก็อปซิปไม่เวิร์ค เอาโก๊ะตี๋ จอย รินลณี โอ๋ เบนซ์ มาเล่าเลยดีกว่า (จ่ายตังค์เยอะหน่อย แต่โฆษณานาทีละสามแสนเอาป่ะล่ะ)

8.เรื่องตามแขก (กูโกรธแกมากกก 555)ทีมพี่ยุทธสารพัดวิธีที่จะปาดหน้า ล็อคตัว ปิดตายรายการอื่นๆไม่มีสิทธิ์เข้าถึง จนกว่าแกจะสัมภาษณ์และออกอากาศเรียบร้อย

9.พี่ยุทธกับเบิร์ด ธงไชย ใครดังกว่ากัน 555 ประวัติศาสตร์หน้าไหนของเมืองไทยบอกกูหน่อยที่คนข่าวดังกว่าซุปเปอร์สตาร์วงการบันเทิง (เจิมศักดิ์กับสุเทพ วงศ์กำแหง /สมเกียรติ อ่อน กับ ไชยา สุริยัน / สุทธิชัย กับ สมบัติ)

10.Social Fever เว็ปไซต์เรื่องเล่าฯ นี่โฆษณาบึ๊มเลยนะครับ เฟซบุ๊กเรื่องเล่าฯยอดไลค์ 9 ล้านกว่า ชนะเลิศทั้งปฐพี

11.ทั้งหมดนั้นจะไม่มีเลย ถ้าพี่ยุทธไม่ขยันหาข่าวตั้งแต่เป็นนักข่าวภาคสนาม มึงจำได้ไหมพี่ยุทธเคยโดน พล.อ.ชาติชายโกรธมากๆที่แกถามไม่หยุด จนน้าชาติอัดแกว่า “เพราะกรุงศรีมีคนอย่างคุณ กรุงถึงแตก” / สรยุทธขยันในการอ่านข่าว หนังสือพิมพ์หลายฉบับต่อวัน บุหรี่กรองทิพย์ตลอดกาลควันโขมงตั้งแต่ยังจนอยู่ยันรวยพันล้าน ทำรายการเสร็จต้องออกมานั่งสรุปกับทีมงานแก้ไขจุดอ่อนรายวัน เล่นกับเครื่องมือ คน สถานที่ รูปแบบใหม่ๆในการเล่าข่าวตลอดเวลา


ที่เขียนมาทั้งหมดนี่ไม่ได้ชมแกหรอกนะ แต่มันคือเรื่องจริง ส่วนเรื่องทุจริตก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องการไปทำรายการกับช่องหลักๆในอดีตนั้น บริษัทไหนก็เจอทั้งนั้นถ้าทำในรูปแบบไทม์ แชริ่ง ผู้ผลิตขายเวลาหมดแน่นอน และช่องก็ขายไม่เคยหมด สุดท้ายก็เอามาให้บริษัทผลิตซึ่งขายเก่งกว่าเอาไปขายทุกที ไม่เชื่อก็ไปสืบดูเด่ะ 555


วันนี้ไม่เห็นแกในเจาะข่าวเด่น เลยมานั่งคิดๆว่า อืม คนเรานี่นะ มันไม่แน่ไม่นอนจริงๆ อีกกี่ปีจะมีคนที่ทำรายการเก่งๆแบบแกโผล่มาสักคนวะ? (อย่าหาวอย่าหวอดเลย เชื่อผมเถอะ พรุ่งนี้ถ้าเปิดช่อง 3 ก็เจอแกแน่นอน 555 ตอนนี้คงขับรถไปดูดบุหรี่ยาวๆแถวพัทยามั้ง)


















นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการฯ, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปี อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง, น.ส.มณฑา ธีระเดชอายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาดหรือ นางชนาภา บุญโต อายุ 48 ปี อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เกิดความเสียหาย





คดีนี้อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 สรุปว่า ประมาณกลางเดือน กรกฎาคม 2549 จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณา รายการคุยคุ้ยข่าวระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2549 จำนวน 139 แผ่น ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่จำเลยร่วมกันทำปลอมขึ้น ไปใช้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท จำกัด เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณา และคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท หลงเชื่อว่าเอกสารใบคิวโฆษณานั้นเป็นเอกสารจริง ทำให้บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา หรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย








ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจาก เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในคดีนี้เป็นความผิดตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแล้ว จึงเป็นการฟ้องซ้ำ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ในวันนี้ อัยการโจทก์ และนายสรยุทธ จำเลยที่ 2, น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3 นางพิชชาภา จำเลยที่ 4 มาศาลพร้อมทนายความศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วมีประเด็นวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำจำเลยทั้งสี่ในคดีที่ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่





ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วมีประเด็นวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำจำเลยทั้งสี่ในคดีที่ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่


เห็นว่า อัยการโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยได้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม เพื่อจุดประสงค์ไม่ให้ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 เสียค่าโฆษณาส่วนเกินหรือเสียน้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ผู้เสียหายนั้น พฤติการณ์จำเลยที่ใช้เอกสารปลอมนั้น ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เจตนาเดียวกันอันเป็นการทุจริต ซึ่งศาลอาญาได้เคยมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดง อ.595/2559 หรือคดีดำ อ.313/2558 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่แล้ว และเมื่อศาลอาญาได้มีคำพิพากษาแล้ว


สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4) จึงพิพากษายืนให้ยกฟ้อง








สำหรับคดีดังกล่าว เป็นคนละคดีกับที่ เมื่อวันที่29ก.พ.2559


ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด น.ส.อังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ้ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และ น.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1-3 ในฐานความผิด เป็นพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง และหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต เป็นพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ


จากกรณีที่บริษัท ไร่ส้ม โฆษณาเกินเวลาในการจัดทำรายการข่าวที่ออกอากาศ เมื่อปี 2548-2549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ บริษัท อสมท. รวมเป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท


ศาลพิพากษาจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา 20 ปี ลดเหลือ 13 ปี 4 เดือน ส่วนอดีตพนักงาน อสมท. จำคุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี ไม่รออาญา










ขอบคุณ Sompop Lee