Loading...

#ภรรยาไปทำงาน ต่างแดน หวังเก็บเงินสร้างฐานะ เพื่อครอบครัว ผ่านไป 2 เดือน โทรกลับหาสามี ที่เมืองไทย แต่ปลายสายที่รับ..กลับไม่ใช่เธอ ! อุทาหรณ์ที่ต้องจำ..ไปอีกนาน !!! | khaodeedee
Home » » #ภรรยาไปทำงาน ต่างแดน หวังเก็บเงินสร้างฐานะ เพื่อครอบครัว ผ่านไป 2 เดือน โทรกลับหาสามี ที่เมืองไทย แต่ปลายสายที่รับ..กลับไม่ใช่เธอ ! อุทาหรณ์ที่ต้องจำ..ไปอีกนาน !!!

#ภรรยาไปทำงาน ต่างแดน หวังเก็บเงินสร้างฐานะ เพื่อครอบครัว ผ่านไป 2 เดือน โทรกลับหาสามี ที่เมืองไทย แต่ปลายสายที่รับ..กลับไม่ใช่เธอ ! อุทาหรณ์ที่ต้องจำ..ไปอีกนาน !!!



เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ เชื่อเหลือเกินว่าหลายต่อหลายคน อาจจะต้องเคยได้ประสบ กันมาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลาย ที่อาจจะเคย โดนเช่นเดียวกันกับ เธอคนนี้ ที่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราว ของเธอผ่านทีมงานโชว์ข่าวของเรา โดยหวังว่า เรื่องราวของเธอนี้จะเป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนสติ และสอนใจใคร ๆ ได้อีกหลาย ๆ คน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเฉพาะเจาะจงถึงผู้หญิงด้วยกัน แม้แต่ผู้ชายเองก็สามารถนำเอามาเป็น ข้อเตือนใจในการใช้ชีวิตได้เช่นกัน



เธอคนนี้มีชื่อว่าคุณ อ้อ ซึ่งคุณอ้อได้บอกเล่าเรื่องราวของ ในช่วงที่ต้องพบกับความยากลำบาก เกี่ยวกับชีวิตของครอบครัว ที่ได้เจอมากับตัวเอง จนทำให้เธอต้องทนทุกข์ และเจ็บปวดในหัวใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าคนที่ตัวเองรัก จะมาหักหลังได้ขนาดนี้ โดยเธอได้เล่าว่า



ดิฉันมีชื่อว่า อ้อ ซึ่งได้อยู่กินกับผู้ชายคนหนึ่งเฉกเช่น สามีภรรยา มากว่า 3 ปีเต็ม ๆ (แต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน) ซึ่งในระหว่าง 3 ปีที่ได้คบหากัน ตัวดิฉันเองนั้น ก็ได้ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี ทำงานหนัก ทุ่มเทหัวใจ ดูแลเอาใจใส่ ผู้เป็นสามีอย่างดีไม่เคยจะให้ขาดตกบกพร่อง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เพื่อเก็บเงิน หวังจะสร้างครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

แต่เรื่องราวที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นกับดิฉัน เมื่อครั้งเศรษฐกินเมืองไทยค่อนข้างที่จะหากินลำบาก ดิฉันจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปต่างประเทศ คือฮ่องกง เนื่องจากมีงานที่รายได้ค่อนข้างจะดี โดยหวังว่าจะเก็บเงินสักก้อน เพื่อที่จะให้ครอบครัวที่มีดิฉัน และสามีมีชีวิตที่สุขสบายกว่าที่เป็น



โดยดิฉันได้เดินทางจากเมืองไทย ไปฮ่องกง ในวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ก็ได้ทำงาน ตามปกติ และยังได้โทรคุยกับสามีที่อยู่เมืองไทยอยู่เป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นทาง Line หรือทาง วีดีโอคอล และทางเฟสบุ๊ค ซึง่ก็ดูเหมือนจะปกติดีไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน

จนมาถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เหมือนกับฟ้าผ่ากลางหัวใจ เมื่อจู่ ๆ เขาก็บล็อคเฟสบุ๊คของดิฉันไป โดยไม่มีสาเหตุ ดิฉันจึงได้ติดต่อเขาไป โดยถามว่าทำไมถึงบล็อคเฟสบุ๊คกัน ซึ่งคำตอบที่ได้นั้น สามีดิฉันได้ตอบกลับมาว่า เขาโดนบล็อคเฟนบุ๊ค แต่สิ่งที่เขาได้พูดมานั้น มันช่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่ดิฉันได้รู้ เพราะเขายังสามารถที่จะคุยเฟสบุ๊ค กับคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดิฉัน ได้อย่างปกติ (จากการสอบถามเพื่อน ๆ)


และในเช้าวันรุ่งขึ้นของวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ดิฉันได้ตัดสินใจโทรหาเขา ด้วยเบอร์โทรจากฮ่องกง มาประเทศไทย ซึ่งครั้งแรกที่กดโทรหานั้นสัญญาณติด แต่กลับไม่มีคนรับสาย จนสายหลุดไป ดิฉันก็ตัดสินใจโทรอีกรอบเดี๋ยวนั้น แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นว่า สามีของดิฉัน ปิดเครื่องหนี ซึ่งมันทำให้ดิฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยจะดี คล้ายกับว่ามีบางอย่างผิดปกติในตัวสามี ดิฉันก็พยายามคิดในแง่บวก โทรศัพท์อาจจะมีปัญหาก็เป็นได้ ก็พยายามโทรหาอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่เครื่องก็ไม่เปิด



สุดท้ายเรื่องราวก็มาถึงจุดสุดท้าย เมื่อเช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ดิฉันตัดสินใจโทรหาอีกครั้งแต่เช้าเวลา 6.10 น. ตามเวลาของประเทศไทย แต่ครั้งนี้มีคนรับสาย !! แต่เสียงปลายสายที่ได้ยินมานั้น กลับไม่ใช่เสียงของสามีดิฉัน แต่เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถามดิฉันกลับมาว่า “เธอเป็นใคร..โทรมาจากไหน” ซึ่งนั่นทำให้ดิฉัน พูดอะไรไม่ถูก รู้สึกช็อคและหัวตื้อไปหมด อีกทั้งรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งนี้เองสินะ ถึงทำให้สามีของดิฉันเปลี่ยนไป ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนกว่าที่ดิฉันต้องไปทำงานหาเงินต่างประเทศ

โดยหลังจากนั้นดิฉันก็ได้มีโอกาสพูดคุย เปิดใจกับสามีของดิฉัน โดยคำถามแรกที่ดิฉันถามเขาคือ “ทำร้ายกันแบบนี้ทำไม” ซึ่งเขาได้ตอบกลับมาว่า “ให้ตัดใจจากเขาเสียเถอะ เขาต้องการจะสร้างครอบครัว และอนาคตกับผู้หญิงคนนี้” ซึ่งตัวดิฉันเองก็ได้ถามกลับไปว่า “ระยะเวลากว่า 3 ปี ที่เราอยู่ด้วยกัน จะให้อ้อตัดใจจากเก่ง (สามี) ในวันนี้เพียงวันเดียวอย่างนั้นเหรอ” แต่เขาก็ยังยืนยันเสียงแข็ง บอกกับดิฉันว่า “เขาได้เจอกับคนที่เขารักแล้ว และจะใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนนี้” ซึ่งนั้นเหมือนกับเอามีดนับร้อย ๆ เล่มมาแทงตรงที่หัวใจดิฉัน นับครั้งไม่ถ้วนเลยทีเดียว ระยะเวลาแค่ 2 เดือน ที่เราต้องยอมไปทำงานหาเงินถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อหวังจะได้มีฐานะที่ดีขึ้น ทุก ๆ อย่างทำเพื่อชีวิตคู่ของเรา แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็น การหักหลัง



แต่หลังจากวันนั้น ดิฉันใช้เวลาคิดทั้งคืนถึงเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นกับชีวิต ว่าดิฉันทำผิดอะไร ดิฉันไม่ดีตรงไหน ซึ่งคำตอบที่ได้คือ ดิฉันไม่ได้ผิดอะไร และดิฉันเชื่อว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้หญิงคนนั้น ดิฉันจึงตัดสินใจ ที่จะลุกขึ้นและเข็มแข็ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีต เพราะร่างกายนี้ เนื้อหนังนี้ พ่อแม่ได้ให้มา ดูแลฟูมฟักเป็นอย่างดี ดิฉันจะต้องไม่ทำร้ายตัวเอง จะต้องรักตัวเอง ลุกขึ้นสู้และเดินตอ่ไปข้างหน้า และหวังว่าเรื่องราวของดิฉันจะเป็นอุทาหรณ์ ให้กับใครได้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเรา ๆ ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ

ปล. จากที่รู้ว่า ผู้หญิงคนที่สามีดิฉัน จะไปอยู่ด้วยกันนั้น รู้สึกจะมีสามีอยู่แล้วด้วย ทั้งคู่นั้นแอบคบหาเป็นชู้กัน ช่างเหมาะสมกันดีแล้ว

ขอบคุณเรื่องราวจาก คุณอ้อ
เรียบเรียงเนื้ิอหา โชว์ข่าว