Loading...

#เด็กน้อยเนื้อตัวสกปรกสละที่นั่งให้หญิงท้อง แต่กลับโดนรังเกียจ เขาจึงเอ่ยประโยคนี้ออกมาทำให้เธอถึงกับละอายใจ!! | khaodeedee
Home » » #เด็กน้อยเนื้อตัวสกปรกสละที่นั่งให้หญิงท้อง แต่กลับโดนรังเกียจ เขาจึงเอ่ยประโยคนี้ออกมาทำให้เธอถึงกับละอายใจ!!

#เด็กน้อยเนื้อตัวสกปรกสละที่นั่งให้หญิงท้อง แต่กลับโดนรังเกียจ เขาจึงเอ่ยประโยคนี้ออกมาทำให้เธอถึงกับละอายใจ!!


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในทุกเช้าบนรถเมล์ที่เบียดเสียดไปด้วยผู้คนทั้งเด็กนักเรียนและผู้ที่รีบเร่งไปทำงาน วันหนึ่งมีเด็กชายเนื้อตัวสกปรกมอบแมมพร้อมกับสะพายเป้เดินขึ้นรถมากับชายคนหนึ่ง ทั้งคู่ดูแล้วเหมือนเพิ่งออกมาจากไซต์งานก่อสร้าง เด็กชายคนนั้นเห็นมีที่ว่างอยู่พอดีเลยเดินเข้าวางเป้แล้วก็นั่งลง นั่งได้ไม่นานก็มีหญิงท้องขึ้นมาบนรถ

เด็กชายก็ลุกขึ้นและสละที่นั่งให้พร้อมกับบอกว่า “เชิญคุณน้านั่งครับ”
หญิงท้องมองเด็กชายอย่างเหยียดหยามและไม่สนใจ แต่แล้วกลับไม่คาดคิดเมื่อเด็กชายคนนั้นกลับนำกระดาษทิชชูออกจากเป้แล้วเช็ดที่นั่งนั้นพร้อมกับบอกกับหญิงท้องว่า “คุณน้าผมเช็ดที่นั่งให้ไม่สกปรกแล้วครับ”



คนบนรถต่างหันมามองดูเหตุการณ์นี้ หญิงท้องเริ่มหน้าแดงด้วยความอับอายแล้วค่อยๆโน้มตัวนั่งลง จากนั่นจู่ๆรถก็เบรกกะทันหันเด็กชายเกือบล้มลง ก็มีผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่บนรถนั้นเห็นพฤติกรรมของเด็กชาย จึงเอ่ยปากชมว่า “หนูเป็นเด็กดีจริงๆ”

เด็กชายกลับตอบว่า “คุณป้าครับ ผมยังเป็นเด็กดีไม่พอ เพราะแม่ชอบว่าผมมักจะแคร์สายตาคนภายนอกที่ดูถูกอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ผมกล้าหาญเหมือนอากั่นแล้วครับ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วหญิงท้องยิ่งหน้าแดงด้วยความละอายใจมากขึ้น ผู้ใหญ่คนนั้นถามกลับเด็กชายว่า “หนูรู้จักอากั่นด้วยเหรอเนี่ย”
เด็กชายตอบกลับว่า “ครับ แม่เคยให้ผมดู”
ผู้ใหญ่ก็ถามต่อว่า “หลังจากดูเรื่องอากั่นแล้วได้เรียนรู้อะไรบ้างล่ะ”
เด็กชายตอบกลับว่า “ไม่ต้องสนใจสายตาคนภายนอกว่าจะมองเราเป็นยังไง เดินหน้าทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันทั้งนั้น ทุกคนก็เหมือนกับช็อกโกแลตนานาชนิดที่มีรสชาติแตกต่างกันไป”

ผู้ใหญ่ถามกลับว่า “แม่ของหนูทำงานอะไรหรอ?”
เด็กชายตอบ “เมื่อก่อนแม่เป็นคุณครูอยู่ที่ต่างจังหวัดครับ”
ผู้ใหญ่ถามต่อว่า “แล้วตอนนี้หล่ะ?”
เด็กชายตาเริ่มแดงพร้อมตอบกลับว่า “แม่อยู่ในเป้นี้!”



ถึงตอนนี้ผู้ใหญ่คนนั้นถึงกับตกใจ คนรอบข้างก็ต่างเริ่มไม่สบายใจ ถึงตอนนั้นเองผู้ชายที่มากับเด็กชายคนนี้ที่ไม่ปริปากพูดอะไรเลยก็เริ่มพูดออกมาว่า “ผมเป็นลุงของเด็กคนนี้ พ่อของเด็กป่วยและเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน เหลือแต่แม่ที่คอยดูแลเด็กเพียงคนเดียวอยู่ที่ต่างจังหวัด ทำงานเป็นคุณครูและเป็นที่เคารพรักของผู้คนในหมู่บ้าน เนื่องจากอยากให้ลูกชายมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนจึงพากันเข้ามาในเมืองทำงานอยู่ในไซต์ก่อสร้าง ไม่คิดว่าทำงานจนใกล้จะได้เวลากลับบ้านถึงวันสุดท้ายแม่ของเด็กกลับโดนเหล็กในไซต์ก่อสร้างทับ ….ข้างในเป้ที่เด็กถือมาด้วยก็คือกระดูกของแม่เค้า”

ผู้ใหญ่คนนั้นได้ยินแล้วน้ำตานองหน้าพร้อมกับถามชายคนนั้นว่า “เด็กยังอยากเรียนหนังสืออยู่ไหม?” ชายคนนั้นไม่ตอบกลับอะไรได้แต่ส่ายหน้า เด็กชายตอบว่า “ทุกวันผมจะไปร้านหนังสือที่อยู่ข้างๆไซต์ก่อสร้างอ่านหนังสือครับ” คนบนรถที่ได้ยินอย่างนั้นต่างพูดขึ้นมาว่าที่บ้านพวกเขามีหนังสือเยอะแยะจะเอามาให้เด็กชายคนนี้ ถึงตอนนี้เด็กชายจึงยิ้มออกมา……



“อย่าใส่ใจสายตาของคนอื่น ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” ถือว่าเป็นบทเรียนหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแนะนำอยากให้พ่อแม่ควรสอนลูกๆตั้งแต่ยังเล็ก ที่เด็กชายคนนี้ทำได้ก็เพราะว่ามีแม่ที่ขยัน ตั้งใจและฉลาดสอนเขา ไม่ว่าต่อไปในอนาคตจะรวยหรือจน อย่างน้อยเด็กๆก็มีความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เด็กชายก็ยังคงขยันทำตามความฝันเล็กๆของเค้าอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือการอ่านหนังสือ

มีเด็กๆจำนวนไม่น้อยที่ฐานะไม่ดีทำให้ตัวเองรู้สึกต่ำต้อยกว่าคนอื่น อย่างน้อยคุณแม่ของเด็กชายคนนี้ก็ทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าถึงตัวเองจะยากจนแต่ก็ไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าคนอื่นได้สำเร็จ เด็กชายใช้การมองโลกในแง่ดีมาปกปิดการดูถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้มาจากคำสอนของแม่ที่ว่า “อย่าได้ใส่ใจสายตาคนภายนอก”

ขอขอบคุณที่มาจาก LIEKR