Loading...

#ฟังจากปากชัดๆ! เปิดใจ 2 ผัว-เมีย วัยรุ่น ขังลูกน้อยอยู่ลำพัง ลั่นมันจำเป็น พร้อมบอกเหตุผลแบบนี้แล้ว!!! | khaodeedee
Home » » #ฟังจากปากชัดๆ! เปิดใจ 2 ผัว-เมีย วัยรุ่น ขังลูกน้อยอยู่ลำพัง ลั่นมันจำเป็น พร้อมบอกเหตุผลแบบนี้แล้ว!!!

#ฟังจากปากชัดๆ! เปิดใจ 2 ผัว-เมีย วัยรุ่น ขังลูกน้อยอยู่ลำพัง ลั่นมันจำเป็น พร้อมบอกเหตุผลแบบนี้แล้ว!!!



จากกรณีโซเชียลแชร์ข่าว พ่อแม่วัยรุ่นทิ้งลูกให้อยู่ตามลำพังในห้อง โดยขังไว้ในห้องตามลำพัง 3 คน ซึ่งเด็กอายุเพียง 3 ขวบ 2 ขวบ และ 9 เดือน ซึ่งสภาพห้องสุดรันทดเลอะเทอะ และเด็กเนื้อตัวมอมแมม ทั้งนี้ พม. และหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือและดูแลให้สามารถเลี้ยงลูกต่อไปได้

โดยนายดำรัส ลิ่มศรีสวัสดิ์ รองนายกอบต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายภาณุรัตน์ กษิดิศ นักสังคมสงเคราะห์ พม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ นายชัชชัย กิตติไชย อายุ 56 ปี หรือ ชัช ตลาดไทย เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยาร่วมใจและผอ.มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำภาคกลาง ได้เข้ามาเยี่ยมและดูความเป็นอยู่ของครอบครัวหลังจากมีคนแจ้ง โดยมีนายสุรชัย ทัพชัย หรือโด่ อายุ 23 ปี พ่อแม่ขอเด็ก เดินทางกลับมาห้องพักเพื่อมาพบกับทางเจ้าหน้าที่ โดยมอบเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท พร้อมนำสิ่งของจำเป็นมามอบให้ โดยหลังจากนี้จะชวนนายสุรชัยให้ไปทำงานด้วยเพื่อให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว ก่อนจะมอบเงินส่วนตัวให้จำนวน 5000 บาทเพื่อช่วยเหลือ

 นายสุรชัย กล่าวว่า ตนเป็นคนปทุมธานีส่วนภรรยาเป็นคนมหาสารคาม อยู่ด้วยกันมาประมาณ 8 ปีแล้ว และย้ายมาอยู่อยุธยามา 1 ปี โดยช่วงแรกมาอยู่กับพี่สาว บริเวณหลังเทศบาลต่อมาเมื่อภรรยาเปลี่ยนที่ทำงานจึงพาลูกมาอยู่ที่บ้านเช่าหลังนี้ได้ประมาณเดือนกว่า ซึ่งภรรยาจะเป็นคนทำงาน รับจ้างล้างเปลือกไข่ได้รายได้วันละ 300 บาทบางครั้งอยากได้เงินเพิ่มตนก็จะไปช่วยภรรยาล้างไข่ด้วยในตอนเย็นก็จะได้ค่าจ้างเพิ่มเป็น 320 บาท ..

“เวลานั้นจำเป็นต้องล็อคประตูห้องให้ลูกอยู่ข้างใน ห้องกันเอง ทั้งที่จริงๆแล้วก็ไม่อยากปล่อยไว้ แต่ก็ไม่มีทางเลือก อีกทั้งต้นยังไม่มีวุฒิการศึกษาเพราะจบแค่ ป.7 เทอมหนึ่งเท่านั้น จึงไม่มีใครรับทำงาน และทำหน้าที่ดูแลลูก สุดท้ายอยากขอบคุณพี่ข้างห้องและผู้คนที่มาเยี่ยมในครั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าจะเลี้ยงลูกทั้งสามเอง และจะปรับปรุงวิธีการเลี้ยงดูให้ดีขึ้นกว่านี้ วันนี้รู้สึกตื่นตันใจกับความช่วยเหลือจากทั้งเพื่อนบ้านและคนทั่วไปหรือของหน่วยงานของรัฐที่เต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นนี้” นายสุรชัยกล่าว

ด้าน น.ส.อรวรรณ กระต่ายจันทร์ อายุ 21 ปี ภรรยาเข้ามาพบกับนักสังคมสงเคราะห์ จากบ้านพักเด็ก กรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยนางสาวอรวรรณ เปิดเผยว่าทุกวันนี้ต้องจ่ายค่าห้องเดือนละ 1,300 บาทค่าน้ำคิดเป็นหัวละ 150 บาทและค่าไฟคิดเป็นหน่วยที่ใช้ ขณะนี้กำลังทำงานรับจ้างล้างไข่ ซึ่งทางเจ้าของร้านก็รู้สึกเมตตาตนหลายหลายครั้งก็ให้สิ่งของมาช่วยเหลือครอบครัวและเพิ่มค่าจ้างพิเศษให้ โดยจะทิ้งลูกไว้ในช่วง 15.00 น. มีช่วงเย็นจะได้อยู่กันครบ ...

 เมื่อสอบถามถึงความช่วยเหลือ นางสาวอรวรรณกล่าวว่าขณะนี้อยากได้ความช่วยเหลือในเรื่องของค่านมลูกแล้วก็ค่าเล่าเรียนของทั้งสามคน เพราะตอนนี้ลูกสาวคนโตอายุสามขวบจำเป็นต้องเข้าโรงเรียนแต่ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะที่ผ่านมาหลายครั้งจำเป็นต้องนำนมข้น มาผสมน้ำให้ลูกกิน แม้จะรู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ไม่มีเงินไปซื้อ ...

 นส.อรวรรณ กล่าว เพิ่มเติมว่าจากนี้ตนได้วางแผนที่จะดูแลลูกลูกทั้งสามโดยคนโตจะให้ไปเรียน โรงเรียนแถวบ้านและอีกสองคนจะส่งไปให้อยู่กับพี่เลี้ยงโดยค่าจ้างเลี้ยงดูตกเดือนละ 3,000 บาทนอกจากนี้พี่เลี้ยงยังดูแลเรื่อง การซักเสื้อผ้าให้อีกด้วย พร้อมยืนยันว่าจะพยายามเรียนรู้ทั้งสามคนให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือครอบครัวของน้องทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นการเดินที่ผิดปกติของ ด.ช.เอ อายุ 2 ขวบ ซึ่งจากการสอบถามพบว่า ด.ช.เอ เคยลื่นล้มที่ห้องน้ำภายในห้องพักจนขาขวาหักเมื่อเดือนก่อน ทำให้กระดูกต้นขาขวาผิดรูป โดยเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจและมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ภาคกลาง จะพา ด.ช.เอ ไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายและดูว่าจะสามารถรักษาให้กลับมาปกติได้หรือไม่ ..

ขอบคุณ ที่มา: http://www.siamnews.com/